ภาพ: Mastertongapollo · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0 · ดัดแปลงจากต้นฉบับ
พระพุทธชินราช
Phra Buddha Chinnarat
พระพุทธชินราช พระพุทธรูปเก่าแก่คู่เมืองพิษณุโลก ประวัติจากพงศาวดารเหนือ ตำนานการหล่อที่ล้มเหลว 3 ครั้งจนพระอินทร์มาช่วยหล่อสำเร็จ และเรื่องเล่าพระนเรศวรถวายเครื่องต้น
ประวัติและความเป็นมา
พระพุทธชินราช แห่งวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชนชั้นนำไทยเลื่อมใสมาแต่อดีต และได้รับการยกย่องว่าเป็นพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดของไทย จึงเป็นพระพุทธรูปที่ถูกจำลองมากที่สุด
ประวัติฉบับเก่าแก่ที่สุดของพระพุทธชินราชปรากฏใน “พงศาวดารเหนือ” ซึ่งชำระเมื่อปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) โดยพระวิเชียรปรีชา (น้อย) เจ้ากรมราชบัณฑิตขวา ผู้เรียบเรียงตำนานเมืองเหนือจากตำราหลายเล่มที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
พงศาวดารเหนือเล่าว่า พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก กษัตริย์แห่งเมืองเชียงแสนผู้มีอำนาจบารมีมาก ได้ยกทัพลงมาตีเมืองสัชนาไลยของพระเจ้าพสุจราช แต่พระพุทธโฆษาจารย์มาไกล่เกลี่ย พระเจ้าพสุจราชจึงยอมถวายบังคมและมอบนางปทุมเทวีพระธิดาให้เป็นพระมเหสี ต่อมาพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎกโปรดให้สร้างเมืองใหม่ขึ้น ณ ตำบลที่ทรงเชื่อว่าพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาฉันจังหันใต้ต้นสมอ เมืองนี้ภายหลังได้ชื่อว่า “พิษณุโลก”
เมื่อสร้างเมืองเสร็จ พระองค์โปรดให้สร้างพระธาตุและพระวิหารขึ้นกลางเมือง แล้วให้ช่างจากเมืองสัชนาไลยและหริภุญไชยร่วมกันหล่อพระพุทธรูปสำริด 3 องค์ คือ พระพุทธชินศรี พระศรีศาสดา และพระพุทธชินราช สององค์แรกหล่อสำเร็จ แต่พระพุทธชินราชต้องปั้นหล่อใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนถึงครั้งที่ 4 จึงสำเร็จด้วยอานุภาพของพระอินทร์ ดังที่พงศาวดารเหนือบันทึกไว้ว่า “ขึ้นแปดค่ำ ปีกุน … พุทธศักราช 1500 … ด้วยอานุภาพพระอินทราธิราชเจ้า ทองก็แล่นรอบคอบบริบูรณ์ทุกประการหาที่ติมิได้”
ตำนานนี้สะท้อนบุญญาบารมีและความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาของพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก และแสดงให้เห็นว่าพระพุทธชินราชมีความพิเศษเหนือพระพุทธรูปอีก 2 องค์ที่สร้างพร้อมกัน เพราะสำเร็จได้ด้วยอานุภาพของพระอินทร์ มิใช่ด้วยฝีมือช่างมนุษย์ธรรมดา นอกจากสำนวนนี้แล้ว ยังมีประวัติสำนวนอื่นในพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีรายละเอียดต่างออกไปตามบริบททางสังคมและการเมืองของแต่ละยุค
พระพุทธชินราชยังเป็นที่เคารพศรัทธาของพระมหากษัตริย์สืบเนื่องมาทุกยุคสมัย เล่ากันว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา หลังทรงมีชัยในศึกที่เมืองหงสาวดี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้เสด็จมานมัสการพระพุทธชินราช และทรงเปลื้องเครื่องต้นถวายเป็นเครื่องสักการบูชา ต่อมาในรัชกาลสมเด็จพระเอกาทศรถ เมื่อเสร็จศึกมอญและเขมร พระองค์ก็เสด็จขึ้นมานมัสการและรับสั่งให้นำทองนพคุณจากเครื่องราชูปโภคมาแผ่เป็นทองปิดองค์พระ ความศรัทธานี้สืบต่อมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาเททองหล่อพระพุทธชินราชจำลองเมื่อ พ.ศ. 2444