
พระราชสังวราภิมณฑ์ (โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ)
Luang Pu Toh
龍普托(帕都清普里寺)
เถราจารย์ที่ผู้คนนับถืออย่างกว้างขวาง (พ.ศ. 2430–2524) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดประดู่ฉิมพลียาวนานถึง 68 ปี มีพระปิดตาเป็นวัตถุมงคลเอก จนกลายเป็นพระหลักยอดนิยมของเมืองไทย
ประวัติ
ประวัติหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
สถานะและความสำคัญ
พระราชสังวราภิมณฑ์ (โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ) เป็นเถราจารย์ที่ผู้คนนับถืออย่างกว้างขวาง มีวัตรปฏิบัติอันงดงาม เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธทุกชนชั้น วัตถุมงคลเอกของท่านคือ พระปิดตา ซึ่งมีเรื่องเล่าประสบการณ์จากเหนือจดใต้ทั่วประเทศ จนกลายเป็นพระหลักยอดนิยมของเมืองไทย และท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสยาวนานถึง 68 ปี
ชาติกำเนิดและวัยเด็ก
- เกิด 27 มีนาคม พ.ศ. 2430 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
- บุตรของนายพลอย และนางทับ รัตนคอน มีพี่น้องร่วมกัน 2 คน ซึ่งถึงแก่กรรมก่อนท่านนานแล้ว
- วัยเด็กเรียนที่วัดเกาะแก้ว ใกล้บ้านเกิด
- เมื่อมารดาถึงแก่กรรม พระภิกษุแก้วเห็นความขยันหมั่นเพียร จึงพามาฝากไว้กับพระอธิการสุข เจ้าอาวาสวัดประดู่ฉิมพลีในสมัยนั้น (ส่วนนายเฉื่อยไม่ได้ตามมา คงอยู่ที่วัดเกาะแก้ว)
- เรียนหนังสือที่วัดประดู่ฉิมพลีอยู่ 4 ปี
บรรพชาและอุปสมบท
- บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 17 ปี พ.ศ. 2447
- ศึกษาพระธรรมวินัยที่วัดประดู่ฉิมพลี กับพระอธิการคำ และพระอาจารย์พรหม
- อุปสมบทเมื่ออายุ 20 ปี วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2450 ณ พัทธสีมา วัดประดู่ฉิมพลี
- พระอุปัชฌาย์ — พระครูสมณธรรมสมาทาน (แสง) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
- พระกรรมวาจาจารย์ — พระครูอักขรานุสิต (ผ่อง) วัดนวลนรดิศ
- พระอนุสาวนาจารย์ — พระครูธรรมวิรัต (เชย) วัดกำแพง
- ได้รับฉายาว่า อินทสุวัณโณ
- หลังอุปสมบทศึกษาปฏิบัติคันถธุระ วิปัสสนาธุระ และสอบได้นักธรรมชั้นตรี
ขึ้นเป็นเจ้าอาวาส
เมื่อพระอธิการคำมรณภาพ คณะสงฆ์แต่งตั้งท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดประดู่ฉิมพลีเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2456
ธุดงค์และครูบาอาจารย์
- ออกธุดงค์จาริกไปทั่วทุกภาค ทั้งเหนือ อีสาน ใต้ ศึกษาพระปริยัติธรรมและพุทธาคม
- ครูบาอาจารย์ — หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ, หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน, เรียนวิปัสสนากรรมฐานกับหลวงพ่อชุ่ม วัดราชสิทธาราม
- สหธรรมิกที่มีชื่อเสียง — หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค, หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ, หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง, หลวงพ่อกล้าย วัดหงส์รัตนาราม
- ธุดงค์ภาคเหนือและภาคใต้ ก่อนกลับมายังวัดประดู่ฉิมพลี
อาพาธและมรณภาพ
- อาพาธด้วยโรคชรา เพราะมีผู้คนมานิมนต์ให้พรและขอความช่วยเหลืออยู่เสมอ จึงแทบไม่มีเวลาพักผ่อน สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง แต่ยังพอฉันได้
- อาพาธครั้งสุดท้ายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524 ก่อนมรณภาพเพียง 7 วัน ท่านลุกจากเตียงไม่ได้เลย
- วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2524 คณะลูกศิษย์ที่เป็นพยาบาลมาถวายรังนก และสังเกตว่าแขนของท่านบวม ท่านมรณภาพลงด้วยอาการสงบเมื่อเวลา 9:55 น.
- สิริอายุ 93 ปี 73 พรรษา
พระราชพิธีศพ
พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดให้เชิญศพไปตั้งที่ศาลา 100 ปี วัดเบญจมบพิตร พระราชทานเกียรติยศศพเป็นพิเศษเสมอพระราชาคณะชั้นธรรม พระราชทานโกศโถบรรจุศพพร้อมฉัตรเบญจาและเครื่องประกอบเกียรติยศครบทุกประการ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์แก่การศพโดยตลอด เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล 7 วัน 50 วัน 100 วัน และตามโอกาสอันควรหลายวาระ พระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส
ความเชื่อที่สืบต่อกันมา
หลวงปู่โต๊ะ หรือพระราชสังวราภิมณฑ์ แห่งวัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพมหานคร เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้ปลุกเสกวัตถุมงคล "พระปิดตา" ในหมู่ผู้ศรัทธาบางส่วนมีการเล่าถึงประสบการณ์เกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ จนเกิดเป็นความเชื่อที่กล่าวขานกันทั้งในไทยและต่างประเทศ
พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะมีหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่นที่สร้างขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ไปจนถึงรุ่นที่สร้างหลังจากท่านมรณภาพแล้ว
ผู้ศรัทธาบางส่วนที่บูชาพระปิดตากล่าวถึงพุทธคุณไว้ว่า
- เสริมโชคลาภ การถูกรางวัล และการเงิน โดยเฉพาะผู้ทำธุรกิจหรือประกอบอาชีพค้าขาย ที่เชื่อกันว่าจะร่ำรวย
- เมตตามหานิยม
- บางรุ่นเชื่อกันว่าช่วยเสริมเรื่องเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย
เรื่องเล่าเหล่านี้ถ่ายทอดกันแบบปากต่อปาก ปัจจุบันมีผู้ศรัทธาทั้งในประเทศไทยและชาวต่างชาติ เช่น จีน ฮ่องกง และมาเลเซีย
ยังไม่มีวัตถุมงคลที่เกี่ยวข้องกับท่านในขณะนี้